วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ปัญหาสิ่งแวดล้อมพื้นที บริเวณมาบตาพุด

ปัญหาสิ่งแวดล้อมพื้นที บริเวณมาบตาพุด



พื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง เป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม 5 แห่ง และ ท่าเรือ 1 แห่ง คือ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมผาแดง นิคมอุตสาหกรรมเอเชีย นิคมอุตสาหกรรมเหมราชตะวันออก นิคมอุตสาหกรรมอาร์ ไอ แอล และท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ซึ่งเรียกโดยรวมว่า มาบตาพุดคอมเพล็กซ์นิคม อุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นนิคมอุตสาหกรรมแรกในพื้นที่นี้ จัดตั้งขึ้นตามนโยบายรัฐบาลเพื่อพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและ อุตสาหกรรมหนักอื่น ๆ เพื่อเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่น ๆ ที่จะผลิตสินค้าอุปโภคต่าง ๆ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งจะต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงจะเปิดกิจการได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการและเงื่อนไขที่แนบท้ายกับ EIA

1. การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมในนิคมอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็นด้านต่าง ๆ ดังนี้1.1 การจัดการด้านอากาศ : กำกับดูแลให้โรงงานในนิคมฯ ปฏิบัติตามมาตรการและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

- คุณภาพอากาศในบรรยากาศ (Ambient) :
โรงงานจะทำการตรวจวัดและรายงานผลปีละ 2 ครั้ง ระดับนิคมฯจะตรวจวัดและรายงานผลปีละ 2 ครั้ง โดยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ 4 สถานี รอบนิคมฯ ส่งข้อมูลมายังสำนักงานนิคมฯ และเป็นสถานีของกรมควบคุมมลพิษอีก 2 สถานี และบริษัท บีแอลซีพี พาวเวอร์ จำกัด อีก 4 สถานี รวมเป็นทั้งหมด 10 สถานี ที่ ผ่านมาพบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ยกเว้นกรณีที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติหรืออุบัติเหตุ ซึ่งกรณีที่มีค่าเกินมาตรฐานโรงงานจะต้องตรวจสอบค่าการระบายจากปล่องเพื่อหา แหล่งก่อเกิดและเข้าทำการตรวจสอบแก้ไขโดยทันที - คุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ (Stack Emission) :
โรงงานทำการติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง (CEMS: Continuous Emission Monitoring Systems) ที่ปล่องระบายตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันติดตั้งแล้วกว่า 30 โรงงาน ซึ่งข้อมูลจะ online มายังศูนย์รับข้อมูลของสำนักงานนิคมฯ (อยู่ระหว่างพัฒนาระบบ) และโรงงานต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม (stack sampling) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

- สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs: Volatile Organic Compound)
สารอินทรีย์ระเหยง่ายคือ สารประกอบทางเคมีที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบหลักประกอบกับสารไฮโดรเจน ออกซิเจนและสารประกอบอื่นๆ ในกลุ่มอะโรเมติก อะลิฟาติก เป็นต้น มีคุณสมบัติระเหยกลายเป็นไอง่าย บางประเภทมีผลต่อร่างกายหากได้รับปริมาณมากหรือสะสมเป็นเวลานาน กนอ. ได้มีการติดตามตรวจวัดสาร VOCs ใน บรรยากาศ ตั้งแต่ปี 2541 โดยเปรียบเทียบค่ามาตรฐานในต่างประเทศ เนื่องจากขณะนั้นจะยังไม่มีการกำหนดมาตรฐานใช้อ้างอิงในประเทศไทย ซึ่งกรมควบคุมมลพิษได้ร่วมกับ JICA ทำการ ศึกษามาตรฐาน VOCs ใน ประเทศไทย โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติได้ประกาศกำหนดค่ามาตรฐานสารอินทรีย์ระเหย ในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 1 ปี จำนวน 9 ชนิด เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2550 และจะมีการพิจารณากำหนดมาตรฐานควบคุมการรั่วซึมหรือแพร่กระจายของ VOCs ของโรงงานอุตสาหกรรมเคมี โรงงานกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม และโรงแยกก๊าซต่อไปกนอ. ได้ร่วมกับโรงงานจัดทำแผน/ผลการดำเนินงานปรับลดสาร VOCs ทั้งในระดับโรงงานและระดับนิคมฯการดำเนินงานในระดับโรงงานจะแบ่งเป็น 3 ระดับคือ- ระยะสั้น โรงงานทำ self audit และแผนการปรับปรุงแก้ไขจุดที่มีโอกาสรั่วซึมของสาร VOCs- ระยะกลาง จัดทำ Inventory เพื่อทราบข้อมูลชนิด ปริมาณ และแหล่งกำเนิดสาร VOCs โดยหารือทำความชัดเจนในส่วนคู่มือ/หลักเกณฑ์การดำเนินงานกับกรมควบคุมมลพิษ ทำ benchmarking กับโรงงานที่อยู่ในระดับมาตรฐานโลก พัฒนาความพร้อมและศักยภาพห้องปฏิบัติการวิเคราะห์สาร VOCs ในประเทศไทย รวมทั้งศึกษาปัญหาสุขภาพเชิงลึกร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งลงพื้นที่พบปะชุมชน- ระยะยาว โรงงานจะทำการควบคุมที่แหล่งกำเนิด โดยใช้หลักการ preventive maintenance การดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานระดับนิคมฯ- กน อ. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณากำหนดแนวทาง/มาตรการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหา สารอินทรีย์ระเหยในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด เมือวันที่ 28 มิถุนายน 2549 เพื่อเป็นกลไกในการประสานความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

- ผุ้ประกอบการจัดทำ self Audit และแผนการปรับปรุงแก้ไขจุดที่มีโอกาสเกิดการระเหย/รั่วไหลของสาร VOCs แล้วเสร็จเมื่อเดือนกันยายน 2549

- กนอ. มีการประสานงานเพื่อทำความชัดเจนในเรื่องแนวทางการดำเนินงานและวิธีการตรวจวัด VOCs ในอากาศ โดยมีการประชุมหารือกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องใกล้ชิด

- ดำเนินการตรวจวัดสาร VOCs ภายในโรงงาน และบรรยากาศตั้งแต่เดือนมกราคม 2550

- จัดทำแผน Inspection กรณีผลการตรวจวัด VOCs ไม่ลดลง

- กนอ. มีการประเมินผล และสรุปผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ผลการดำเนินงาน

- ทุกโรงงานจาก 38 กลุ่มบริษัททำการปรับปรุงแก้ไขจุดที่สามารถดำเนินการได้ทันที

- ทำการตรวจวัดที่แหล่งกำเนิดในรูป Total VOCs สำหรับโรงงานที่มีความพร้อมด้านเครื่องมือ

- ประเมินความสอดคล้องของ Total VOCs เทียบกับค่า Emission control criteria ของกรมควบคุมมลพิษ หรือ US.EPA.

- โรงงานที่ตรวจวัดแล้วพบว่ามีค่าต่ำกว่า Emission control criteria ของกรมควบคุมมลพิษ หรือ US.EPA. แล้วยังคงให้ความร่วมมือในการปรับลดค่าให้ต่ำลงอีก

- ในบางจุดสามารถลดค่าความเข้มข้นของสาร VOCs ที่ระบายออกจนมีค่าเท่ากับศูนย์กน อ. ได้จัดจ้างมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทยทำการศึกษาโครงการเพิ่มศักยภาพการบริหาร จัดการสาร ประกอบอินทรีย์ระเหยในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง และจัดจ้างบริษัทเอกชนที่มีความพร้อมเข้าตรวจ วัดสาร VOCs ใน บรรยากาศ 19 จุด วิเคราะห์แยกสารจำนวน 20 พารามิเตอร์ ปีละ 3 ครั้ง นอกจากนี้ กนอ. ยังร่วมกับผู้ประกอบการเตรียมจัดจ้างหน่วยงานที่มีความเป็นกลางมาตรวจวัดซ้ำ เพื่อให้ผลการตรวจวัดมีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับ 1.2 การจัดการด้านคุณภาพน้ำทิ้ง
การบำบัด

- โรงงานขนาดใหญ่ กำหนดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียแบบสมบูรณ์ของตนเอง น้ำทิ้งที่ผ่านระบบบำบัดและปล่อยออกนอกโรงงานจะต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน ที่หน่วยราชการกำหนด

- โรงงานขนาดย่อมในพื้นที่จำนวน 6 โรงงาน จะมีระบบบำบัดขั้นต้น (Pre-treatment) บำบัดน้ำให้เป็นตามมาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งก่อนเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลางของ กนอ. เพื่อบำบัดให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยราชการกำหนด

การติดตามตรวจสอบ
- คุณภาพน้ำทิ้งในคลองระบายน้ำทิ้ง และในลำรางในพื้นที่นิคมฯมาบตาพุดดำเนินการตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามเงิ่อนไขรายงาน EIA ทำการเก็บตัวอย่างวิเคราะห์โดย Third Party ปีละ 3 ครั้ง และ ปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังคุณภาพน้ำทิ้งนิคมฯมาบตาพุด โดยตรวจวัดเพิ่มเติมในพื้นที่ 7 จุดและ คุณภาพน้ำชายฝั่ง 3 จุด 2 เดือนต่อครั้ง และเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งในพื้นที่ทุกเดือน

- คุณภาพน้ำทิ้งจากระบบบำบัดส่วนกลาง
เก็บตัวอย่างและวิเคราะห์โดยบริษัทที่ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสียของ กนอ. และ Third party ตามเงื่อนไข EIA และตามเกณฑ์การประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจเดือนละ 2 ครั้ง

1.3 การจัดการด้านของเสีย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติ อนุญาต การนำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงาน โดยกรมโรงงานจะนำข้อมูลเข้าระบบอิเล็กทรอนิคส์และมอบรหัสผ่านให้ กนอ.และเจ้าหน้าที่สำนักงานนิคมฯ ใช้ในการกำกับดูแลโรงงาน ใน ภาพรวม กนอ.สรุปรายงานเกี่ยวกับคุณภาพสิ่งแวดล้อมนิคมฯมาบตาพุด ได้แก่ ราย งานคุณภาพอากาศจากสถานีตรวจวัดอัตโนมัติ และรายงานคุณภาพน้ำตามแผนเฝ้าระวัง รายงานต่อหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดระยองเป็นประจำทุกเดือน และ กนอ.จะเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนให้มากขึ้น2. การดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่มาบตาพุด
กนอ.ได้วางรูปแบบการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยรวมอย่างสมบูรณ์แบบและเป็น ระบบ โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อให้เกิดความเหมาะสมในการรองรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และอุตสาหกรรมต่อเนื่องบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก ที่ผ่านมาจากการตรวจสอบการปล่อยมลพิษของโรงงานในนิคมฯมาบตาพุดพบว่ายังอยู่ ในเกณฑ์มาตรฐานสากล โดยเฉพาะมีการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามเงื่อนไข EIA มาโดยตลอด ซึ่งโรงงานในนิคมฯมาบ-ตาพุดส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14000-14001

ดังนั้นจึงเน้นการกำกับดูแลในเรื่องกระบวนการผลิตที่ไม่มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดเพราะจะต้องผลิตสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานโลกจากความร่วมมือของภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการ นำไปสู่การแก้ไขในมาตรการต่าง ๆ ดังนี้

1. การดำเนินงานตามมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550 ประกอบด้วย 1.1 จัดตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาความสัมพันธ์ด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนกับปริมาณสารมลพิษทางอากาศ จ.ระยอง โดยมี ศ.ปริญญา นุตาลัย เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ

1.2 จัด ตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการพัฒนาในพื้นที่ มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โดยมีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ (ปัจจุบันรัฐมนตรีว่า การกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานคณะอนุกรรมการ)

1.3 การจัดหาอุปกรณ์ ตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาระดับสูง (RADAR/RASS) โดย กนอ. เป็นผู้จัดหาในวงเงิน 20 ล้านบาท เพื่อช่วยในการเก็บข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยาและการคำนวณศักยภาพ การรองรับมลพิษทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. จากการประชุมหารือระหว่าง กนอ. ปลัดกระทรวงพลังงานและผู้ประกอบการ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 ได้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกรายในการจัดทำแผนปฏิบัติการลดมลพิษทั้งระบบและ ดำเนินการลดการปล่อยมลพิษให้เหลือน้อยที่สุดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติ การลดและขจัดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง และคณะกรรมการ กนอ. มีมติอนุมัติงบประมาณ 20 ล้านบาท เป็นเงินประเดิมกองทุนเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน และเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมสนับสนุนกองทุนดังกล่าว โดยหน่วยงานท้องถิ่นจะร่วมกับผู้แทนชุมชนเป็นผู้บริหารกองทุน

3. การพบปะหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ และคณะผู้แทนชุมชน 25 ชุมชน เพื่อให้มีการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของลูกหลานในชุมชนโดยรอบ การประสานงานในเรื่องปัจจัยพื้นฐานกับหน่วยงานต่าง ๆ และการจัดตั้งกองทุน 25 ชุมชน

4. การตรวจเยี่ยมพื้นที่อุตสาหกรรมของนายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ และคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ

5. การ จัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพื้นที่ จังหวัดระยอง ร่วมกันระหว่างผู้แทนหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการ ชุมชน 25 แห่ง และเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออกปัจจุบันผู้ประกอบการได้ดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษระยะต่าง ๆ ประกอบด้วยการจัดการปัญหาสารอินทรีย์ระเหย (VOCs) การปรับลดการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ การปรับลดปริมาณขยะ/กาก ของเสีย และปริมาณน้ำทิ้งอุตสาหกรรมที่ระบายออกจากโรงงาน และรายงานผลการดำเนินการต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมทุกสัปดาห์ รายงานสรุปผลการดำเนินงานแต่ละสัปดาห์
สามารถดูได้ที่ www.ieat.go.th

รายงานการลดและขจัดมลพิษในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด

รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติ การลดและขจัดมลพิษในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพื้นที่มาบตาพุด

ที่มา : http://www.ieat.go.th

ประเด็นการรายงาน
1. บทสรุปผู้บริหาร (ExecutiveSummary)
2. ผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิตในจังหวัดระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ
ในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550-2554
2.1 การจัดการปัญหาการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VolatileOrganicCompound:VOCs)
2.2 การปรับลดปริมาณการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)
และการปรับลดปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)
2.3 การจัดการกากของเสียอุตสาหกรรม
2.4 การลดปริมาณขยะ/กากอุตสาหกรรม
2.5 การลดปริมาณการระบายน้ำทิ้งอุตสาหกรรม
ภาคผนวก
ก. ข้อมูลการจัดการปัญหาการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VolatileOrganicCompound:VOCs)
ข. ข้อมูลการปรับลดปริมาณการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และ การปรับลดปริมาณ
การระบายก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2)
ค. ข้อมูลการลดปริมาณขยะ/กากอุตสาหกรรม
ง. ข้อมูลการลดปริมาณการระบายน้ำทิ้งอุตสาหกรรม
บทสรุปผู้บริหาร (ExecutiveSummary)
ประเภท เป้าหมาย
ตามแผนปฏิบัติการฯ
ปริมาณ
(Baseline)
Max Actual
(ปีฐาน2549)
เป้าหมายภาคเอกชน
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะสั้น) มี.ค.50-มี.ค.51
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.51-มี.ค.52
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.52-มี.ค.53
แผนระยะสั้น
มี.ค.50-มี.ค.51
แผนระยะยาว
2551-2554
แผนระยะสั้น
มี.ค.50-มี.ค.51
แผนระยะ
ยาว
2551-2554
ผลสำเร็จ ร้อยละ(%) การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ(%) การประเมินผล ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมินผล
1. จุดรั่วซึมที่มีนัยสำคัญ
ของ VOCs
แก้ไข VOCsจาก
แหล่งรั่วซึมที่มี
นัยสำคัญ 100% ใน 1
ปี(ภายใน มี.ค 51)
1.ติดตาม ประเมินผลการ
ดำเนินการจัดการแหล่ง
รั่วซึมที่มีนัยสำคัญอย่าง
ต่อเนื่อง
2.ส่งเสริมการจัดทำVOCs
Inventory โดยขยายผลจาก
โรงงานนำร่อง 10 แห่ง
100 จุด 100 จุด ระบาย VOCs
จากปล่อง
โรงงาน ตาม
เกณฑ์ ที่
กำหนด
99 จุด 99.0% 99 จุดเป็นไปตาม
เป้าหมาย โดย1 จุด
ติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จ
เมื่อ 21 ก.ค.51 และทำ
การเดินระบบแล้วตั้งแต่
1 ม.ค.52 หลังจาก
ทดสอบระบบได้มีการ
ปรับปรุงประสิทธิภาพ
ให้ดีขึ้น โดยสามารถ
ติดตั้งของใหม่ภายใน
เม.ย.52 และทดสอบ
ระบบใหม่ พ.ค.52
- - - - - -
2. มลพิษอากาศ (ตัน) ปรับลดปริมาณการ
ระบาย 10– 20% ใน
ภาพรวมของพื้นที่ ใน 1
ปี(ภายใน มี.ค 51) คิด
จากปริมาณสูงสุดที่
ระบายจริงปีฐาน 2549
NO
x
>= 10,484.2 ตัน/ปี
(ผลการปรับลดในปี 50-
51)
SO
2
>= 10,549.4 ตัน/ปี
(ผลการปรับลดในปี 50-
51)
- NOx
45,463.9
ตัน
2,879.5 ตัน อยู่ระหว่าง
จัดเตรียม
ข้อมูล
10,484.2
ตัน
23.0 %
เทียบกับ
Max Actual
เกินเป้าหมายที่กำหนด 9,760.2
ตัน
21.4% เป็นไปตาม
เป้าหมายที่กำหนด
8,245.4
ตัน
18.1%
- SO2
41,246.8
ตัน
9,920.5 ตัน อยู่ระหว่าง
จัดเตรียม
ข้อมูล
10,549.4
ตัน
25.6% เทียบ
กับ
Max Actual
เกินเป้าหมายที่กำหนด 11,772.9
ตัน
28.5%
เทียบกับ
Max Actual
เกินเป้าหมายที่
กำหนด
10,483.1
ตัน
25.4%
3. การลดปริมาณขยะ/
กากอุตสาหกรรม
ลดปริมาณขยะโดย
ความสมัครใจจาก
ภาคเอกชน 461,974.2
ตัน
>= 414,586.4 ตัน/ปี
(ผลการปรับลดในปี 50-
51)
461,974.2
ตัน
อยู่ระหว่าง
จัดเตรียม
ข้อมูล
414,586.4
ตัน
89.7% เป็นไปตามเป้าหมายที่
กำหนด
354,843.7
ตัน
85.58 % เป็นไปตาม
เป้าหมายที่
กำหนด
369,687.7
ตัน
-
4. น้ำทิ้ง ลด 700,000 ลบ.ม./ปี ลดเพิ่มอีก 0.6 ล้านลบม./ปี
และส่งเสริมการนำน้ำทิ้ง
กลับมาใช้ประโยชน์ร้อยละ
10 ภายในปี 2554
ปริมาณน้ำทิ้ง
30,884,779.5
ล้านลบ.ม./ปี
ลด
4,602,673.8
ลบ.ม./ปี
อยู่ระหว่าง
จัดเตรียม
ข้อมูล
ลด
2,106,99
4.4
ลบ.ม./ปี
301.0% เทียบ
กับแผนลด
700,000 ลบ.
ม./ปี
เกินเป้าหมายที่กำหนด 765,163.9
ลบ.ม.
127.5%
เทียบกับแผน
ลด 600,000
ลบ.ม./ปี
เกินเป้าหมายที่
กำหนด
1,627,537.7
ลบ.ม.
271.3%
เทียบกับ
แผนลด
600,000
ลบ.ม./ปี
* อยู่ระหว่างการเร่งรัดให้รายงานผล ข้อมูล ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2552
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 4
2. ผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิตในจังหวัดระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ ในพื้นที่
จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550-2554
2.1 การจัดการปัญหาการรั่วซึมของสารอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compound: VOCs)
เป้าหมายระยะสั้น: การรั่วซึมของ VOCs จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญของโรงงานเป็นไปตามเกณฑ์เสนอแนะของ คพ. 100%
ภายใน 1 ปี (มี.ค. 2550 – มี.ค. 2551)
เป้าหมายระยะยาว: การระบาย VOCs จากปล่องโรงงานอุตสาหกรรมเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดภายใน 3 ปี
ผลการดำเนินการ:
กรอ. กนอ. และ คพ. ตรวจสอบการปฏิบัติงานและอุปกรณ์ที่สัมผัสสาร VOCs ของโรงงาน และจัดทำค่ามาตรฐาน/มาตรการการ
ควบคุม ได้แก่ ออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่ให้มีการติดตั้งระบบควบคุมไอน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม 7 จังหวัด ประกาศค่ามาตรฐาน
VOCs ในบรรยากาศ 9 ชนิด ปัจจุบัน อยู่ระหว่างกำหนดค่าเฝ้าระวังสำหรับ VOCs และศึกษากำหนดร่างมาตรฐาน VOCs จาก
แหล่งกำเนิดอุตสาหกรรม
ประเภท เป้าหมายภาคเอกชน ผลการดำเนินการ
ตามแผนระยะสั้น
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.51-มี.ค.52
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.52-มี.ค.53
แผนระยะสั้น
(มี.ค.50-มี.ค.51)
แผนระยะยาว
(เม.ย.2551-2554)
ผลสำเร็จ ร้อย
ละ
(%)
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
ร้อยละ
(%)
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
จุดรั่วซึมที่มี
นัยสำคัญของ
VOCs
100 จุด อยู่ระหว่างการ
พิจารณาของคณะ
อนุกรรม
การเฉพาะกิจฯ
100 จุด 100.0% 100 จุดเป็นไปตามเป้าหมาย
โดย1 จุด ติดตั้งอุปกรณ์แล้ว
เสร็จ (100%) เมื่อ 21 ก.ค.51
ติดตั้งอุปกรณ์และทำการเดิน
ระบบแล้วตั้งแต่ 1 ม.ค.52
หลังจากทดสอบระบบจึงได้มี
การปรับปรุงประสิทธิภาพให้
ดีขึ้น โดยสามารถติดตั้ง
ของใหม่ภายใน เม.ย.52 และ
ทดสอบระบบใหม่ พ.ค.52
99 99 99 100 100 100
แผนระยะสั้น   ปีที่ 2 (เม.ย.51-มี.ค.52)   ปีที่ 3 (เม.ย.52-มี.ค.53) 
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 5
สรุปการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการปรับปรุงการรั่วซึมของ VOCs จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญที่เหลือ
รายชื่อผู้ประกอบการ ผลการดำเนินงานเดิม ผลการดำเนินการปัจจุบัน
1. บริษัท ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์
(TPC)
จุดที่มีนัยสำคัญที่เหลือต้องดำเนินการ
ปรับปรุงจำนวน 1 จุด
21 ก.ค. 51 ติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จ
01 ม.ค. 52 ทดสอบระบบ
01 เม.ย. 52 ปรับปรุงระบบ
01 พ.ค. 52 ทดสอบระบบใหม่
01 ก.ค. 52 ผลการวัดมีค่า 0 ppm
สรุปผลการปรับปรุงได้ครบ 100 จุด ตาม
เป้าหมายที่กำหนด
กนอ. ทำสัญญาว่าจ้างมูลนิธิสิ่งแวดล้อมไทย (มสท.) ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการสาร
สารประกอบอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compound: VOCs) ในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง
โดยมีกิจกรรมหลักและความก้าวหน้าในการดำเนินการ สรุป ได้ดังนี้
กิจกรรม ระยะเวลาดำเนินการ ความก้าวหน้า
1. ออกแบบฐานข้อมูล พ.ค.51-ก.ย.51 มีการจัดทำฐานข้อมูลการระบาย VOCs
จากแหล่งกำเนิดและบรรยากาศ
3. จัดทำแผนกลยุทธ์ ก.ค.51-ส.ค.51 มีการจัดทำแผนกลยุทธ์ VOCs ในพื้นที่
4. การจัดทำ VOCs Inventory 10 โรงงาน ก.พ.51-ส.ค.51 จัดทำ VOCs Inventory นำร่อง 10
โรงงาน แล้วเสร็จ
5. การฝึกอบรมความรู้เบื้องต้น ธ.ค.50-ส.ค.51 จัดฝึกอบรมความรู้เบื้องต้น แก่
ผู้ประกอบการ ชุมชน และ พนักงาน
กนอ. เพื่อศักยภาพองค์ความรู้ด้านการ
บริหารจัดการ VOCs
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 6
2.2 การปรับลดปริมาณการระบายก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) และ การปรับลดปริมาณการระบายก๊าซซัลเฟอร์ได
ออกไซด์ (SO2)
เป้าหมาย :
แผนระยะสั้น : ปรับลดปริมาณการระบายสารมลพิษ NOx และ SO2 โดยเฉลี่ย 10–20% ในภาพรวมของพื้นที่
(มี.ค. 2550 – มี.ค. 2551) คิดจากปริมาณสูงสุดที่ระบายจริงปีฐาน 2549 )
ประเภท ปริมาณ
(Baseline)
เป้าหมายภาคเอกชน ผลการดำเนินการ
ตามแผนระยะสั้น
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.51-มี.ค.52
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.52-มี.ค.53
แผนระยะสั้น
(มี.ค.50-มี.ค.
51)
แผนระยะยาว
(เม.ย.2551-2554)
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
ผลสำเร็จ ผลสำเร็จ ร้อยละ(%) การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมิน
ผล
มลพิษ
อากาศ
(ตัน)
- NOx
45,463.9
ตัน
2,879.5 ตัน อยู่ระหว่างการ
พิจารณาของ
คณะอนุกรรม
การเฉพาะกิจฯ
10,484.2
ตัน
23.1 %
เทียบกับ
Max
Actual
เกิน
เป้าหมายที่
กำหนด
9,760.2
ตัน
21.4% เป็นไปตาม
เป้าหมายที่
กำหนด
8,245.4 ตัน 18.1%
- SO2
41,246.8
ตัน
9,920.5 ตัน อยู่ระหว่างการ
พิจารณาของ
คณะอนุกรรม
การเฉพาะกิจฯ
10,549.4
ตัน
25.6%
เทียบกับ
Max
Actual
เกิน
เป้าหมายที่
กำหนด
11,772.9
ตัน
28.5%
เทียบกับ
Max
Actual
เกินเป้าหมาย
ที่กำหนด
10,483.1 ตัน 25.4%
การลดปริมาณการระบาย NOx (เทียบกับ Max Actual)
หมายเหตุ
- เป้าหมายการลดการระบายตามแผนคือ 10-20% เทียบกับค่าการระบายจริงสูงสุด (Max Actual)
- เป้าหมายในการลดการระบายโดยสมัครใจของผู้ประกอบการปัจจุบันคือ 6.3% เทียบกับค่าการระบายจริงสูงสุด (Max Actual)
- กรณีโรงงานรายงานค่าเป้าหมายปรับลดแล้วสูงกว่าค่าMax Actual กนอ. จะปรับค่าเป็นเป้าหมายที่ปรับลดเป็น Max Actual เพื่อประมวลเบื้องต้น
- กนอ. ได้ตรวจสอบค่า Max Actual แล้วซึ่งทำให้การรายงานจำนวนโรงงานที่ระบาย NOx โรงงานที่เข้าร่วมโครงการ โรงงานที่ไม่เข้าร่วมโครงการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์นี้มีการ
เปลี่ยนแปลง
เป้าหมายโดยสมัครใจจากผู้ประกอบการคือ 6 %
เป้าหมายตามแผนสูงสุดคือ 20%
 ปีที่ 2 (เม.ย.51-มี.ค.52)   ปีที่ แผนระยะสั้น  3 (เม.ย.52-มี.ค.53) 
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 7
การลดปริมาณการระบาย SO2 (เทียบกับ Max Actual)
หมายเหตุ
- เป้าหมายการลดการระบายตามแผนคือ 10-20% เทียบกับค่าการระบายจริงสูงสุด (Max Actual)
- เป้าหมายในการลดการระบายโดยสมัครใจของผู้ประกอบการปัจจุบันคือ 24.1 % เทียบกับค่าการระบายจริงสูงสุด (Max Actual)
- กรณีโรงงานรายงานค่าเป้าหมายปรับลดแล้วสูงกว่าค่าMax Actual กนอ. จะปรับค่าเป็นเป้าหมายที่ปรับลดเป็น Max Actual เพื่อประมวลเบื้องต้น
- กนอ. ได้ตรวจสอบค่า Max Actual แล้วซึ่งทำให้การรายงานจำนวนโรงงานที่เข้าร่วมโครงการ โรงงานที่ไม่เข้าร่วมโครงการ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องในสัปดาห์นี้มีการ
เปลี่ยนแปลง
เป้าหมายโดยสมัครใจจากผู้ประกอบการคือ 24.1 %
เป้าหมายตามแผนสูงสุดคือ 20%
แผนระยะสั้น   ปีที่ 2 (เม.ย.51-มี.ค.52)   ปีที่ 3 (เม.ย.52-มี.ค.53) 
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 8
2.3 การลดปริมาณกากอุตสาหกรรม
เป้าหมาย : ลดปริมาณขยะ/กากอุตสาหกรรมโดยความสมัครใจจากผู้ประกอบการ 461,974.2 ตันต่อปี
ประเภท เป้าหมายภาคเอกชน ผลการดำเนินการ
ตามแผนระยะสั้น
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.51-มี.ค.52
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.52-มี.ค.53
แผนระยะสั้น
(มี.ค.50-มี.ค.51)
แผนระยะยาว
(เม.ย.2551-2554)
การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมินผล
การลดปริมาณ
ขยะ/กาก
อุตสาหกรรม
461,974.2
ตัน
อยู่ระหว่างการ
พิจารณาของ
คณะอนุกรรม
การเฉพาะกิจฯ
414,586.4
ตัน
89.7% คาดว่าจะเป็นไป
ตามเป้าหมายที่
กำหนด
354,843.
7
ตัน
85.58 % เป็นไปตาม
เป้าหมายที่
กำหนด
369,687.7
ตัน
หมายเหตุ
ในสัปดาห์ที่ 84บจก.บีแอลซีพี เพาเวอร์ (BLCP) รายงานค่าการปรับลดการระบายเพิ่มขึ้นจาก 320,239 ตัน เป็น 567,491 ตันทำให้ผลการดำเนินการ
ปรับสูงขึ้น
แผนระยะสั้น   ปีที่ 2 (เม.ย.51-มี.ค.52)   ปีที่ 3 (เม.ย.52-มี.ค.53) 
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 9
2.4 การลดปริมาณการระบายน้ำทิ้งอุตสาหกรรม
เป้าหมาย:
1.ปริมาณน้ำทิ้ง ลดปริมาณการใช้น้ำในภาคอุตสาหกรรม ระยะสั้นจะลดปริมาณการระบายน้ำเสียในเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด
700,000 ลบ.ม./ปี ภายใน 1 ปี และระยะยาวอีก 600,000ลบ.ม./ปี ในปี 2554
2.โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีแผนการลดปริมาณน้ำทิ้งโดยสมัครใจจำนวน 4,602,673.8 ลบ.ม./ปี
ประเภท เป้าหมาย ผลการดำเนินการ
ตามแผนระยะสั้น
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.51-มี.ค.52
ผลการดำเนินการ
(แผนระยะยาว) 1 เม.ย.52-มี.ค.53
แผนระยะสั้น
(มี.ค.50-มี.ค.51)
แผนระยะยาว
(เม.ย.2551-2554)
ผลสำเร็จ ร้อยละ(%)
ของ
ผลสำเร็จ
การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมินผล
ผลสำเร็จ ร้อยละ
(%)
การ
ประเมิน
ผล
น้ำทิ้ง 1) 700,000
ลบ.ม.
2) สมัครใจ
4,602,673.8
ลบ.ม.
600,000
ลบ.ม./ปี
2,106,994.4
ลบ.ม.
301.0%
เทียบกับ
แผนลด
700,000
ลบ.ม.
เกิน
เป้าหมายที่
กำหนด
806,326.9
ลบ.ม.
134.4 %
เทียบกับ
แผนลด
600,000
ลบ.ม./ปี
- 1,627,537.7
ลบ.ม.
271.3 %
เทียบกับ
แผนลด
600,000
ลบ.ม./ปี
-
หมายเหตุ ในสัปดาห์ที่ 130 ผู้ประกอบการมีการรายงานค่าปรับลดปริมาณน้ำทิ้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น เนื่องจาก กนอ.ได้มีการเร่งรัดติดตาม
ให้โรงงานรายงานผลตามแผนปฏิบัติการฯ
เป้าหมายตามแผน คือ 700,000 ลบ.ม.ต่อปี
เป้าหมายโดยสมัครใจของผู้ประกอบการคือ
4,602,673.8 ลบ.ม.ต่อปี
แผนระยะสั้น   ปีที่ 2 (เม.ย.51-มี.ค.52)   ปีที่ 3 (เม.ย.52-มี.ค.53) 
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 10
ภาคผนวก
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษพื้นที่ จ.ระยอง พ.ศ.2550-2554
ฉบับที่ 145 ครั้งที่ 48/2552 วันที่14 ธันวาคม 2552 Page 11
สรุปการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการปรับปรุงการรั่วซึมของ VOCs จากแหล่งรั่วซึมที่มีนัยสำคัญ ทั้งหมด 100 จุด
บริษัท จำนวนจุด ณ
ธ.ค.49
ปรับปรุง
แล้วเสร็จ
เหลือจุดที่ต้อง
ดำเนินการ
แผนการดำเนินงาน
นิคมฯ มาบตาพุด
1. บมจ. ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (NPC) 48 48 0 - ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน มี.ค. 51
- หมายเหตุจุดที่ต้องดำเนินการแก้ไข 1 จุด การประชุมร่วมกันกับหน่วย
ราชการที่เกี่ยวข้องพบว่าจุดดังกล่าวเป็นสารมีเทนซึ่งไม่จัดอยู่ใน
ประเภทสาร VOCs แต่อย่างไรก็ตามให้บริษัทฯ ดำเนินการปรับปรุง
แก้ไขตามที่เสนอต่อไป
2. บจก.ไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ (TPC) 1 1 0 21 ก.ค. 51 ติดตั้งอุปกรณ์แล้วเสร็จ
01 ม.ค. 52 ทดสอบระบบ
01 เม.ย. 52 ปรับปรุงระบบ
01 พ.ค. 52 ทดสอบระบบใหม่
01 ก.ค. 52 ผลการวัดมีค่า 0 ppm
สรุปผลการปรับปรุงได้ครบ 100 จุด ตามเป้าหมายที่กำหนด
3. บจก.ไทยเอ็มซี 1 0 0 - ดำเนินการแล้วเสร็จ มี.ค. 51 ใช้งบประมาณ 8 ล้านบาท
กนอ. ได้ให้บริษัทบริษัทชี้แจงเอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินการ
4.
5.
6.
7.
บจก. ไทยโพลีเอททิลีน
บจก. ไทยโพลีเอททิลีน (1993) (TPE)
บจก. ไทยโพลีโพรไพลีน
บจก. ไทยโพลีโพรไพลีน (1994) (TPP)
14 14 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
8. บจก. ไทยเอ็มเอฟซี (MFC) 3 3 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
9. บมจ. บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จำกัด (GENCO)
5 5 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
10. บจก. ไบเออร์ไทย (BPC) 2 2 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
11. บจก. สตาร์ปิโตรเลียมรีไฟน์นิ่ง (SPRC) 2 2 0 1.1 โดยปกติตรวจไม่พบสาร VOCs มีการระบายน้ำทิ้งโดยเฉลี่ย 1
ครั้ง/สัปดาห์,10 นาที/ครั้ง
1.2 บริษัทฯ ได้ชี้แจงจุดที่เหลือ 1 จุดว่าดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้
กนอ. ได้ให้บริษัทบริษัทชี้แจงเอกสารหลักฐานประกอบการ
ดำเนินการ
12. บมจ.โรงกลั่นน้ำมันระยอง (RRC) 3 3 0 - บริษัทฯ ได้ชี้แจงจุดที่เหลือว่าดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ กนอ. ได้ให้
บริษัทบริษัทชี้แจงเอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินการ
13. บมจ. อะโรเมติกส์ (ประเทศไทย)จำกัด (ATC) 1 1 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
14. บจก. อดิตยา เบอร์ล่าเคมีคัลส์ (ประเทศไทย)
(อีพอกซี่ ดิวิชั่น)
2 2 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
15. บจก. ไทยบาโรด้า อินดัสตรี้ส์ (TBIL) 1 1 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
นิคมฯ ผาแดง
16. บจก.ไทยโพลีอะซีทัล (TPAC) 2 2 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
17. บจก. ไทยโพลีคาร์บอเนต จำกัด (TPCC) 1 1 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
นิคมฯเหมราชตะวันออก(มาบตาพุด)
18. บจก.สยามมิตซุย พีทีเอ (SMPC) 2 2 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
19. บจก. ไทย เพ็ท เรซิน 5 5 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
นอกพื้นที่นิคมฯ
20. บมจ.โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง บริษัท ปตท. 7 7 0 ดำเนินการปรับปรุงแล้วเสร็จ
รวม 100 100 0
รายงานความคืบหน้าผลการแก้ไขปัญหามลพิษและพัฒนาคุณภาพชีวิต จ. ระยองภายใต้แผนปฏิบัติการลด

ที่มาปัญหาสิ่งแวดล้อมมาบตาพุด

ที่มาปัญหาสิ่งแวดล้อมมาบตาพุด

ที่มา : http://www.ieat.go.th

ความเป็นมา ใน ปีพ.ศ.2531 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดได้รับการพัฒนาจัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล ในการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก โดยรัฐบาลได้มอบให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ ปัจจุบันนิคมฯมาบตาพุดได้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศสำหรับอุตสาหกรรม ประเภท ปิโตรเคมี เคมีภัณท์ เหล็กและโลหะ โรงกลั่นน้ำมัน โดยในเชิงพื้นที่ได้มีการร่วมขยายจากนิคมฯร่วมดำเนินงานของเอกชน 4 แห่ง ทำให้พื้นที่ขยายจาก 8,000 ไร่ เป็น 20,000 ไร่ การพัฒนาโดยอยู่รวมกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ ประหยัดต้นทุนการผลิตและขนส่ง ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
จากการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างรวดเร็วและการรวมกลุ่มของกลุ่ม อุตสาหกรรมในพื้นที่ทำให้ประสบกับปัญหาการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและ อาชีวอนามัย อาทิเช่น ผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ปัญหาต่างๆเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องจากประชาชนให้มีการดำเนินการ แก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ และการมีส่วนร่วมในการรับรู้ สภาพปัญหา จาก การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่และมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่ ปัญหาที่สำคัญที่ผ่านมาสรุปได้ดังนี้ ปี พศ. 2543-2546 ปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวน จากโรงงานปิโตรเคมี และโรงกลั่น สืบเนื่องจากพื้นที่ตั้งของโรงงานอยู่ใกล้กับชุมชน โดยขาดพื้นที่กันชน การดำเนินการแก้ไขได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องด้วยดีจน กระทั่งปัญหาทุเลาไปเป็นอันมาก ปี พ.ศ. 2548 ปัญหาเรื่องภัยแล้ง เกิดภาวะขาดแคลนน้ำในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความระแวงในการแย่งใช้น้ำระหว่างชุมชนกับภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐได้ประสานการแก้ไขปัญหาและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม จนกระทั่งปัญหานี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ปี พ.ศ. 2550 ปัจจุบัน ความต้องการให้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ จากผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ อาทิเช่น ปัญหาสุขภาพอนามัย ปัญหาการปนเปื้อนในน้ำบ่อตื้น ปัญหาเรื่องสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ทำให้องค์กรเอกชนเคลื่อนไหว รณรงค์ให้รัฐบาลพิจารณาประกาศให้พื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ
ทั้ง นี้ เพื่อให้เกิดการดำเนินการแก้ไขปัญหาในพื้นที่มาบตาพุดเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในการประชุมครั้งที่ 1/2550 (นัดพิเศษ) เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2550 ได้มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษและกำหนดการ พัฒนาในพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อจัดทำและกำกับแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ ในพื้นที่จังหวัดระยอง พ.ศ. 2550 - 2554 สาระสำคัญของแผนปฏิบัติการฯ โดยเป้าหมายการดำเนินการประกอบด้วย

1) ลดปริมาณการปล่อยทิ้งมลพิษทางอากาศ มลพิษทางน้ำ ขยะและกากของเสียอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามข้อกำหนดตามกฎหมายหรือดีกว่า
2) คุณภาพน้ำและอากาศ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานภายใน 1 ปี
3)ประชาชนได้รับการดูแล รักษา และฟื้นฟูสุขภาพอนามัยอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
4) ชุมชนในพื้นที่มีความเข้มแข็งมีส่วนร่วมในการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิดได้อย่างต่อ เนื่อง
5) การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตไม่ให้เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยและสอด คล้องศักยภาพพื้นที่